Hana's profileH ❀ a ❀ N ❀ a (◡‿◡✿)PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    July 23

    รหัสป่า ?

    "รหัสป่า"
     
    "รหัสป่า" ครั้งแรกที่ได้ยินคำนี้ไม่รู้เลย ว่ามันคือะไร รู้เพียงแต่ว่า เป็นการเดินป่า แบบโหด ๆ ถึก ๆ ที่เราได้เรียนไปด้วย
    ถ้าเรียนจบตามที่เค้ากำหนด เราก็น่าจะใช้ชีวิตอยู่ในป่าได้ ตอนนั้นรู้แค่นั้นจริง ๆ
     
    ฉันตัดสินใจไปทริป "รหัสป่า" ด้วยเหตุผลที่ดูเหมือนไม่ใช่เหตุผลที่ดูดีเลย
    ที่ฉันไป เพราะฉันอยากเที่ยว อยากลองเดินป่าแบบถึก ๆ  และอีกหนึ่งเหตุผลหลักคือ ฉันอยากเดินป่ากับพี่ทาร์ซานบอย
    ฉันไม่รู้หรอกว่าเค้าเป็นใคร แค่เคยได้อ่านบทความของเค้าจากหน้าเวป และรู้สึกว่า ผู้ชายคนนี้เป็นมากกว่าพรานคนหนึ่ง
     
    การตัดสินใจไปทริป รหัสป่า ครั้งนี้ มีเวลาไม่ถึงอาทิตย์ เพราะพี่ปอเพิ่งมาบอก ฉันไม่มีเปล ไม่มีถุงนอน สิ่งที่นึกได้ในตอนนั้นคือ
    ต้องหายืมใครสักคน แล้วคนนั้นก็คือ พี่นัน กับ ป้าเหมียว เหอๆๆ แต่สุดท้าย ฉันก็ยืมของป้าเหมียวยกชุด ตั้งแต่เป้ เปล ถุงนอน ฟลายชีท
     
    ทริปนี้ฉันตื่นเต้นนิดหน่อย เพราะฉันไม่รู้จักใครสักคนในทริปเลย ฉันไม่รู้ว่าจะไปอยู่กับพวกเค้าได้ยังไง
    ใครจะพาฉันไปห้องน้ำ ใครจะผูกเปลให้ ใครจะนอนเป็นเพื่อน ฉันคิดไปต่าง ๆ นานา แต่สุดท้ายความคิดก็จบลงที่
    "เราต้องหัดที่จะอยู่คนเดียว หรือ เที่ยวคนเดียวได้สิ ต้องเอาตัวรอดให้ได้สิ"
     
    และแล้วทริปแรกก็ผ่านไปด้วยดี แรก ๆ ฉันแอบผิดหวังนิดหน่อย เพราะมันไม่เหมือนกับที่ฉันคิดไว้
    เดินไม่ถึก ไปไม่ไกล ไม่มีอะไรตื่นเต้นเลย แต่นั่นก็เป็นเพราะ ฉันตั้งความหวัง และวาดภาพมันไว้สูงเกินไป
    แต่พอมานึกย้อน ถึงเดินน้อย ไม่ถึก แต่เราก็ได้เรียนรู้เหมือนกัน ฉันเลยตัดสินใจว่าจะลองไปทริปที่สองดู
     
    แต่ฉันก็ยังคงเป็นฉัน ตั้งความหวังและวาดภาพไว้อีกแล้ว คราวนี้ฉันหวังว่าจะได้นั่งห้างดูสัตว์ตอนดึก ๆ
    ได้เห็นช้าง ได้เห็นสัตว์ป่าแปลก ๆ แต่ฉันกลับได้เห็นแค่ จิ้งเหลน 2 ตัวในช่วงนั่งซุ้มรอบบ่าย  กับหิ่งห้อย 2 ตัวในการนั่งเปลตอนกลางคืน  - -
    ฉันแอบผิดหวังนิด ๆ  แต่พอมานึกดูอีกที ฉันก็ได้รู้ว่าเค้านั่งกันยังไง ซึ่งถ้าฉันไปเที่ยวเหมือนทุกครั้ง ฉันก็คงไม่ได้ทำแบบนี้หรอก
     
    นอกจากนั่งห้าง ก็ยังได้นั่งยามกับน้องสาวจอมแสบ "น้องขวัญ" น้องเป็นเด็กน่ารัก ถือว่าเก่งเลยทีเดียว
    นั่งยามด้วยกัน ไม่ง่วงเลยสักนิด แถมยังทำมาม่าให้กินอีกต่างหาก น่ารักก็ตรงเนี้ยะแหละ
     
    หลังจากที่ได้ไปมา 2 ทริปแล้ว ฉันก็ตัดสินใจแล้วล่ะ ว่าทริปสุดท้าย ต้องพยามไปให้ได้ เพราะอะไรน่ะหรอ
    คงเป็นเพราะสิ่งที่ฉันได้มาจากทริปที่ผ่านมานั่นแหละ ไม่ว่าจะเป็นความรู้ ความสุข สนุก และเพื่อนใหม่ๆ
    พี่ทาร์ซานและพี่เจ้าหน้าที่ทุกคนก็ดูแลพวกเราดีมาก ๆ
     
    แต่มีบางอย่างที่เป็นความรู้สึกที่ฉันไม่สามารถบรรยายมันออกมาเป็นตัวหนังสือได้
    ฉันคงได้แต่เก็บความรู้สึกของช่วงเวลานั้นเอาไว้ แล้วนั่งอมยิ้มทุกครั้งที่นึกถึง
     
     
    June 13

    ซวย ซวย และซวย

    ว่าด้วยความซวย
     
    สวัสดีคับพี่น้องคับ ไม่ได้เขียนบล็อกไปนาน เพราะคิดอยู่ว่าบล็อกต่อไป
    อยากเขียนแบบที่ไม่เศร้าบ้าง อยากเขียนเรืองที่มีความสุข เรื่องที่สนุกๆ
    บล็อกจะได้ไม่ต้องเป็นสีดำ ๆ อีก นี่ก็อุตสาห์เปลี่ยนสีให้เป็นสีฟ้า ไม่หม่นหมอง
    แต่ก็ยังไม่วายต้องเขียนเรื่องที่เป็นสีดำอีกจนได้ เรื่องก็มีอยู่ว่า
    เมื่อวันที่ 11 ที่ผ่านมา เป็นวันคล้ายวันเกิดของเราเอง
    ก็เลยแอบคิดไปว่า ปีนี้ขอให้มีแต่เรื่องดี ๆ ได้มั๊ย
    มีแต่คนอวยพร ให้มีความสุข เจอเรื่องดีๆ เจอคนดี ๆ
    แต่เมื่อวาน วันที่ 12 วันแรกของการเริ่มต้นอายุ 24 ปี ก็ซวยเลย
    ซวยอะไรน่ะเหรอ 
    ก็คือ เมื่อวานเบิกตังค์ค่าคอมม์ไป กะว่าจะไปจ่ายค่าโน่นค่านี่ต่างๆ แล้ว
    พี่วุดก็ให้ตังค์อีก พี่โยก็เอาตังค์มาให้ พี่ยะก็พาไปซื้อกระเป๋า แล้วก็ให้ตังค์อีก
    สรุปคือเมื่อวานมีตังค์รวม ๆ ในกระเป๋าเกือบหมื่นได้ พร้อมกับกล้องเวปแคมอีก 1 ตัว
    ที่ลูกตาลเอามาให้ ชัดด้วยอ่ะ ดีด้วย
    เวลาช่วงกลางวันก็ผ่านไปด้วยดี ไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนกลับบ้านตอนเย็น
    กลับมาถึงบ้านก็ประมาณ หกโมงเย็น แล้วก็รับแม่ออกไปกินข้าวกัน
    ก่อนกินข้าวก็ไปแวะซื้อของที่โลตัสก่อน ตอนลงไปซื้อของ
    ก็ถือแค่โทรศัพท์ กับกระเป๋าตังค์ใบเล็กลงไป แต่สักพักก็ขี้เกียจถือเลยยื่นให้แม่ถือให้
    แม่ก็ขี้เกียจถือเหมือนกัน เราก็เลยเอาโทรศัพท์มาใส่ไว้ที่กางเกงตัวเอง
    พอซื้อเสดก็กลับขึ้นรถ เอากระเป๋าตังค์ใบเล็กเก็บใส่กระเป๋าสะพายสีดำ
    แล้วก็ไปกินข้าวกัน ร้านที่จะไปกินกัน เป็นร้านอิสลามที่อยุ่ข้างถนน
    คนกินเยอะมาก ๆ หาที่จอดรถไม่ได้เลย ต้องวนอยู่รอบนึงถึงจะหาที่ได้
    แล้วก็มาจอดที่ข้างถนน ไม่มีแสงไฟ มืดพอตัว แต่ว่าไม่เปลี่ยวนะ
    ตอนที่ลงไปก็ไม่ได้เอากระเป๋าลงไปด้วย เพราะไม่จำเป็นต้องเอาลงไปอยู่แล้ว
    ไปกับแม่ ยังไง ๆ แม่ก็จ่ายอยู่ดี เลยไม่เคยเอาลงไปด้วยเลย นาน ๆ ทีถึงจะเอาติดลงไป
    ที่ร้านคนเยอะมากๆ กว่าจะได้กินเกือบชั่วโมงได้ พอกินเสดก็กลับขี้นรถ
    ก็ไม่ได้สนใจที่จะมองกระเป๋า เพราะมันมืด แล้วก็คิดว่ามันอยู่ที่เดิม
    พอถึงบ้านก็เอาของที่ซื้อมาลงจากรถ ก็เอามือควานหากระเป๋า
    หายังไงก็หาไม่เจอ มุดดูใต้เบาะ เอามือควานๆ  วิ่งเข้าบ้านเอาไฟฉายมาส่อง
    แต่ก็ยังคงหาไม่เจอ ยืนอึ้งไปสักพัก ทำไรไม่ถูกเลย อยากร้องไห้ก็ร้องไม่ออก
    เลยเดินขึ้นห้อง สักพักมันก็ร้องไห้ออกมาจนได้ ที่ร้องไม่ใช่เพราะเสียดายเงินนะ
    (มันก็ส่วนนึงแต่ไม่ใช่เหตุผลที่ร้องไห้ มันแค่เสียดาย) แต่ที่ร้องเพราะ
    มันรู้สึกว่าทำไมชีวิตมันซวยยังงี้วะ นี่เพิ่งพ้นวันเกิดมาแค่วันเดียวเองก็ซวยแล้วหรอ
    มันเหมือนมองหาเรื่องดี ๆ ยังไม่ได้เลย ทำไมมันเป็นยังงี้วะ คิดวนไปวนมา จนปวดหัว
    แม่ก็บอกว่า ไม่เป็นไรหรอก ดีกว่าเสียมากกว่านี้ ถ้าเงินไม่หายอาจเจ็บตัวก็ได้
    ให้ถือว่าฟาดเคราะห์ไป แล้วก็เลยโทรไปหาพี่ปอ เพราะอยากคุย อยากระบาย
    กับใครสักคน พี่ปอก็พูดเหมือนกันกับแม่เลย คุยด้วยแล้วก็ดีขึ้นนิดนึง 
    แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังรู้สึกแย่อยู่ดี เฮ้อ ชีวิตมันจะอะไรกันนักหนาเนี่ย
                                                                                                              
     
     
    ปล1 ตั้งแต่วันนี้เวลาลงไปไหนคงต้องถือกระเป๋าติดตัวไปด้วยแล้วล่ะ เฮ้อ....
    ปล2. ปุ๊กกี้ทำไมฉันซวยอย่างงี้อ่ะ ยังไง ฉันก็หวังว่าแกจะเจอเรื่องดีๆ นะ อย่าซวยเหมือนฉันล่ะ Y_Y
     
     
     
    April 03

    flower & butterfly

                                                                                                                                                                                   

    ดอกไม้น้อย กับ ผีเสื้อ

     

              กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในป่าอันอุดมสมบูรณ์ มีดอกไม้ดอกหนึ่งเล็ก ๆ ดอกหนึ่ง

    ผู้มีความฝันว่า สักวันหนึ่ง ดอกไม้เล็ก ๆ ดอกนี้จะเติบโตเป็นดอกไม้ที่แข็งแรง และสามารถดำรงชีวิต

    อยู่ในป่าได้อย่างมีความสุข  เธอมีเพื่อนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนดอกไม้ด้วยกัน นกนานาชนิด

    แมลงต่าง ๆ รวมไปถึงผีเสื้อ 

     

              วันหนึ่งดอกไม้ได้พบกับผีเสื้อตัวหนึ่ง เธอคิดในใจว่า ผีเสื้อตัวนี้ ช่างเป็นผีเสื้อที่ดูสง่างาม

    และงดงามนักไม่ว่าผีเสื้อจะบินไปทางใด จะทำอะไร เธอก็จะคอยเฝ้าดูอยู่ห่าง ๆ ด้วยความชื่นชม

     

              อยู่มาวันหนึ่ง ผีเสื้อตัวนี้ ได้บินเข้ามาใกล้ดอกไม้น้อย ทั้งสองพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน และ

    หลังจากวันนั้นผีเสื้อก็บินมาคุยกับดอกไม้ทุกวัน ทั้งสองกลายเป็นเพื่อนกัน และกลายเป็น

    เพื่อนสนิทกันในที่สุด ดอกไม้รู้สึกดี และมีความสุขมาก

     

              แต่แล้วสิ่งที่ดอกไม้ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น มันคือ วันที่ผีเสื้อต้องจากไป

    ดอกไม้เสียใจมาก เธอเฝ้าคิดถึงผีเสื้ออยุ่ทุกวันคืน สิ่งเดียวที่ดอกไม้ทำได้คือ

    ฝากความรู้สึกไปกับสายลม เพราะเธอคิดว่า สายลมจะสามารถนำความรู้สึกของเธอไปถึงผีเสื้อได้

     และผีเสื้อเองคงสัมผัสได้ถึงความรู้สึกนั้น

     

              วันเวลาผ่านไปนานหลายเดือน ดอกไม้น้อยจากที่เคยสดใสร่าเริง ก็ซึมเศร้า และล้มป่วยลง

     เพื่อนดอกไม้ด้วยกัน ต่างคอยเฝ้าปลอบใจ และให้กำลังใจกับเธอ

    แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เธอรู้สีกดี หรือสดชื่นขึ้นเลย

     

              จนวันหนึ่ง ผีเสื้อตัวใหม่ก็ได้บินเข้ามาในชีวิตของดอกไม้น้อย ผีเสื้อตัวนี้สร้างความประทับใจ

    ให้กับเธอเป็นอย่างมาก ทุกครั้งที่เธอได้คุยกับผีเสื้อ เธอรู้สีกได้ถึงความอบอุ่น

    และสนุกสนานในเวลาเดียวกัน ผีเสื้อตัวนี้ เข้ามาลบความมืดหม่นในใจของดอกไม้น้อย

    และทำให้เธอกลับมาสดชื่นอีกครั้ง

     

              ดอกไม้น้อยแอบหวังอยู่ลึก ๆ ว่า จะได้อยู่กับผีเสื้อไปตลอด ผีเสื้อตัวนี้จะไม่จากเธอไป

    เหมือนกับผีเสื้อตัวที่ผ่านมา แต่แล้ว สิ่งที่เธอกลัว ก็เกิดขึ้นจริงจนได้ ผีเสื้อต้องออกเดินทาง

    ตามหาความฝัน ผีเสื้อต้องเดินทางไกลมาก เธอรู้สึกเป็นห่วงผีเสื้อ เพราะครั้งหนึ่งผีเสื้อเคย

    ได้รับบาดเจ็บที่ปีก ดอกไม้น้อยอยากเป็นผู้ที่เคอยเฝ้าดูแลผีเสื้อ  ดอกไม้น้อยให้สัญญากับผีเสื้อว่า

    เธอจะยังคงอยู่ตรงนี้ในป่าแห่งนี้ พร้อมกับ ความรู้สึกที่เหมือนเดิม จะรอวันที่ผีเสื้อกลับมา

    หาเธออีกครั้ง และเธอก็ได้แต่เฝ้าภาวนา ขอให้ ผีเสื้อปลอดภัยจากการเดินทาง

    และกลับมาอยู่ด้วยกันอีก กลับมาทำให้โลกของเธอสดใสอีกครั้ง

     

              นับตั้งแต่วันที่ผีเสื้อจากไป ดอกไม้น้อยก็อยู่อย่างมีความหวังว่า สักวันจะได้กลับมาพบกันอีก

    เธอยังคงทำเหมือนเดิมคือ ฝากความรู้สึก ความคิดถึงผ่านไปกับสายลม แสงจันทร์

    และแสงแดด ให้พวกเขาเหล่านั้น บอกกับผีเสื้อให้ที ว่าเธอคิดถึง

    บอกถึงความรู้สึกที่เธอมีต่อผีเสื้อ เธอหวังว่าผีเสื้อคงสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่เธอนั้น

     

              จนถึงวันนี้ ดอกไม้น้อยก็ยังคงรอผีเสื้ออยู่ที่เดิม ด้วยความรู้สึกที่เหมือนเดิม ด้วยความรู้สึกที่ดี

    ที่เธอมีให้กับผีเสื้อตั้งแต่วันแรกที่ทั้งสองได้พบเจอกัน และพูดคุยกัน

    ดอกไม้น้อยไม่อาจจะรู้ได้ว่า ระหว่างการเดินทางของผีเสื้อ 

    ผีเสื้อจะไปเจอดอกไม้ดอกใหม่ที่งดงาม และสดใสกว่าตนหรือไม่

    และผีเสื้อจะกลับมาหากันอีกหรือไม่ และถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ๆ เธอก็คงจะเสียใจไม่น้อย

    แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม เธอก็ไม่อาจที่จะเปลี่ยนความรู้สึกที่เธอมีต่อผีเสื้อได้ และ

    เธอก็ยังคงรอวันที่ผีเสื้อกลับมาหากันอีกครั้ง เพราะตอนนี้ เธอรู้สึกว่า

    "ดอกไม้น้อยดอกนี้หลงรักผีเสื้อเข้าแล้ว" ทั้ง ๆที่รุ้ว่า เรื่องระหว่างดอกไม้น้อย และผีเสื้อ 

    มันเป็นไปไม่ได้ เพราะดอกไม้ก็ต้องอยู่กับดอกไม้  และผีเสื้อ  ก็ต้องอยู่คู่กับผีเสื้อ

    รักข้ามสายพันธ์ มันจะเป็นไปได้ยังไง

    แต่ถึงอย่างไรก็ตามดอกไม้น้อย ก็ยังคงยินดีที่จะต้อนรับการกลับมาอีกครั้งของผีเสื้อ

    ถึงแม้ว่าในอนาคตดอกไม้น้อยจะต้องเสียใจก็ตาม 

     

              และในตอนนี้มีสิ่งหนึ่งที่ยังคงติดค้างอยู่ภายในใจของเธอ นับตั้งแต่วันที่ผีเสื้อจากไป

    มันคือ สิ่งที่เธอต้องการที่จะบอกกับผีเสื้อ บอกถึงความรู้สึกที่มีต่อผีเสื้อ และ

    เธอยังคงหวังว่าผีเสื้อจะบินผ่านเข้ามาเห็น และรับรุ้ถึงความรู้สึกของเธอ

     ได้ยินเสียงที่ดังอยู่ในใจของเธอ

    เสียงที่ดอกไม้น้อยอยากจะบอกให้ผีเสื้อได้ยิน

    "ผีเสื้อจ๋า กลับมาฟังดอกไม้น้อยก่อนได้มั๊ย กลับมาฟังคำว่ารักก่อน เรายังไม่ได้บอกรักกันเลย

    ยังไม่ได้ยินคำว่า "รัก" ของกันและกันเลย"

     

     

     

                                                                              ต๛มตปจ

             

     

                                                                                              by  hana


     

    March 22

    คลินิก

                                                                                                                                                                                      

                                                                     คลินิค

                 อย่าคิดนะ ว่าหมอทุกคนจะเก่ง แล้วหมอจะรู้ทุกเรื่องที่เราเป็น บางครั้ง แค่เราไม่สบายนิดเดียว หมอก้อาจไม่รู้ก็ได้ อย่างที่กำลังจะเล่าให้ฟังตอนนี้ คือ

                 เมื่อ 2-3 วันก่อน ตอนเช้า ไม่สบาย รู้สึกว่า เจ็บที่เพดานปาก คล้าย ๆ กับว่าจะเป็นร้อนใน กินไรก็เจ็บ แค่กินน้ำก็แสบแล้ว แต่ก้คิดว่าคงไม่เป็นไรมากมั้ง เด่วก็คงหาย เลยไม่ได้ไปหาหมอ ก็ลองปล่อยไว้ เป้นวันที่สอง มันก็ยังไม่ดีขึ้น คราวนี้หนักกว่าเดิม กินไรไม่ได้เลย ก็เลยคิดว่า เด่วเย็นนี้เลิกงานไปหาหมอดีกว่า แต่ก็ไม่ได้ไปอีก เพราะเลิกดึกมาก บวกกับง่วงนอนอย่างแรง เลยไม่ได้ไป จนเข้าวันที่สาม เริ่มรู้สึกว่า ทนไม่ไหวละ ปล่อยไว้อีกวัน คงแย่แน่ กินไรก็ไม่อร่อย จากที่กินได้เยอะๆ ก้กลายเป็นว่า จานเล็ก ๆก้กินไม่หมด ไม่ใช่เพราะอะไรนะ แต่เพราะมันเจ็บจนไม่อยากกิน  เย็นนี้ก็เลยตัดสินใจว่า เอาวะ ดึกแค่ไหนก็ต้องไปหาหมอละ กินโจ๊ก กะนม แบบนี้ไม่ไหวแน่

                 พอมาถึงที่ตลาด ก็รีบตรงเข้าไปคลินิคที่เคยไป เพราะคนน้อยดี ไม่ต้องรอนาน มองเข้าไปในร้านรู้สึกดีใจแหะ ไม่มีคนเลย ไม่ต้องรอคิว ดีๆ ตอนนั้นก็ประมาณ 3 ทุ่มได้ละ พอเดินเข้าไปถึง พยาบาลก็มองหน้า บุรุษพยาบาลก็มองหน้า แล้วก็ทำท่าเกี่ยงกันพูด จนมีพยาบาลคนนึงบอกว่า ..." เอ่อ.... คือตอนนี้คุณหมอพักนะคะ ต้องมาใหม่ตอน 4 ทุ่มค่ะ " เราก็เลย ได้แต่ยิ้ม แล้วก็เดินออก แล้วก็คิดในใจ " วันนี้จะได้หาหมอมั๊ยวะเนี่ย"

                 ก็เลยโทรหาพี่จอดรถรออยู่บอกว่า จะไปอีกคลินิคนึงใกล้ๆ นะ รออยู่ที่เดิมละกัน พอมาถึง ก้เห็นคนเยอะแยะ รอคิวประมาณ ครึ่งชั่วโมงได้ ตอนรอก็นั่งคิดในใจว่า "อืม.. ได้หาหมอละ จะได้หายสักทีเรา" พอถึงคิว บุรุษพยาบาลก็เดินมาเรียก

    หมอ .... "ว่าไง คับ เป็นอะไรมาคับ"

    ซะ   .... "คือ เจ็บที่ตรงเพดานปากน่ะค่ะ ทานอะไรไม่ค่อยได้ ถ้าไปโดนมันจะแสบ แค่ทานน้ำก็แสบแล้วค่ะ"

    หมอ .... " ไหน อ้าปากให้หมอดูหน่อสิ"

    ซะ   .... ก็อ้าปากให้ดู

    หมอ .... " ไหนคับ ตรงไหนคับ อ้อ ตรงนี้ใช่ไหม แดงเลยนะเนี่ย"

    ซะ   .... "ค่ะ"

    หมอ .... " อืม คุณไปทำอะไรมาเนี่ย ทำไมเหงือกเป็นแผลขนาดนี้ล่ะ" "นอนกัดฟันหรอ"

    ซะ   .... (คิดในใจ ใครมันจะบ้านอนกัดเหงือกได้วะ แล้วถ้ากัดได้ ฟันล่างมันก้ยาวผิดมนุษย์แล้วหมอ)

    หมอ .... " พูดแล้วก็มองหน้า "อืม.. หมอบอกตามตรงเลยนะ เคสแบบนี้หมอไม่เคยเจอเลย จะเอายาอะไรดีล่ะ" แล้วก็หันมาถามเรา

    ซะ  ..... (คิดในใจ ) แล้วกูจะรู้มั๊ยล่ะ ไม่ใช่หมอนะ แล้วถ้ารู้จะมาหามั๊ยเนี่ย  แต่ก็ได้แต่ยิ้มออกไป

    หมอ .... "งั้นเอายาแก้ปวดไปละกันนะ อืม แล้วจะเอายาปฏิชีวนะมั๊ยล่ะ" หันมามองหน้าเราอีก

    ซะ  ..... (คิดต่อ) อ้าว กำ ตกลงนี่จัดยาให้ตัวเองใช่มั๊ยเนี่ย แล้วจะมาหาหมอทำแมวไรวะ  แล้วก็ตอบหมอไปว่า " งั้นเอายาแก้อักเสบละกันค่ะ"

    หมอ .... "อืมๆ  เอายาแก้อักเสบไปนะ" " หมอจัดยาให้แค่ 3 วันนะ" แล้วหมอก็ย้ำอีกว่า "เคสแบบนี้หมอไม่เคยเจอจริงๆ นะ. .... ถ้า.... 3 วัน ยาที่ให้ไปกินแล้วไม่ดีขึ้น ....."

    ซะ ..... (คิด) สงสัยจะบอกว่าให้กลับมาให้หมอดูใหม่แน่เลย

    แต่หมอก็ตอบด้วยความรับผิดชอบมากว่า

    หมอ .... "ถ้ายังไม่หาย หมอว่า ไปหาหมอฟันนะ เพราะเคสแบบนี้หมอไม่เคยเจอ แล้วหมอก็ยิ้ม ๆ "

    ซะ   .... "ค่ะ" แต่ในใจก็คิดว่า กำ รักษาไม่ได้ทำไมไม่บอกวะ แล้วจัดยาก็เหมือนเป็นคนจัดเองซะงั้น แถมยังแสดงความรับผิดชอบอีกแน่ะ ว่า ถ้าไม่หายก็ไปหาหมอฟัน อืม.... หมอที่มีนบุ่รี มันจะมีดีๆ บ้างมั๊ยเนี่ย เฮ้อ ... 

    แล้ววันนั้น ก็เสียค่ายาแก้ปวด กะยาแก้อักเสบ อ่อ แล้วก็ยาป้ายปาก ที่ร้านขายยาข้างนอกขายแค่ 10 บาท แต่ยา 3 อย่างนี้รวมกันในคลินิกนี้ เกือบ สี่ร้อย .......สบายตัวไป

     

    ปล. จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่หายเลย T_T เศร้าจิง

    ปล2.คิดถึงแกว่ะ แล้วพูดภาษาแขกได้ยังอ่ะเพือน 55

    ปล3.หมอยังหนุ่มอยู่ ยังไม่แก่ แต่ไม่หล่อ แถมรักษาห่วย เฮ้อ.... (ถ้าหล่อรักษาห่วยได้มะเปงราย 55)

     

     

     

     

    March 08

    พลังชีวิต

     

                                                                                                                                            

                                                         พลังชีวิต                                                                       

       เคยคิดกันเล่น ๆ บ้างรึเปล่า ว่าตัวเองจะมีชีวิตอยู่ได้นานเท่าไหร่ จะอยู่กันจนถึงตอนแก่มั๊ย 

    เมื่อก่อน มีคน ๆ นึงเคยบอกกับฉันว่า เค้าคงอยุ่ไม่ถึงแก่หรอก แค่ อายุ 50 ยังไม่รู้เลยว่าจะถึงรึเปล่า

    เพราะว่าเค้าเป็นคนขี้โรค อะไรนิดหน่อยก็ไม่สบายแล้ว แถมยังเป็นภูมิแพ้อีกต่างหาก

    อีกคนหนึ่งก็บอกกับฉันว่า เวลาที่เค้ามีแฟน เค้าจะบอกกับแฟนว่า 

    อนาคตจะอยู่กับคนพิการนั่งรถเข็นได้ไหม เพราะเค้าได้รับอุบัติเหตุจากการเล่นกีฬา 

    แก่ตัวลงก็คงจะไม่พ้นรถเข็น  

    ส่วนตัวฉันเอง ตอนนั้นคิดว่าตัวเองแข็งแรงดี น่าจะอยู่ได้อีกนาน คงได้เป็นคุณย่า หรือไม่คุณยาย

    แล้วก็มีเด็ก ๆตัวเล็กๆ วิ่งเล่นอยู่รอบ (เหมือนในละครทีวีน่ะ ^^)

    แต่ตอนนี้ไม่คิดยังงั้นแล้วหล่ะ เพราะตั้งแต่รู้ว่าตัวเองไม่ได้แข็งแรงอย่างที่คิด

    รู้สึกเหมือนกับพลังชีวิตหายไปสัก 30% อย่าว่าแต่อายุ 50 เลย แค่ 40 จะถึงรึเปล่าก็ยังไม่รู้

    ยังมีอีกตั้งหลายอย่างที่ยังไม่ได้ทำ นึกแล้วก็ไม่รู้ว่าจะได้ทำรึเปล่า 

    แต่ที่รู้ๆ มีอยู่อย่างหนึ่งที่ยังไม่ได้ทำ คือ ยังไม่ได้บอกคำว่า "รัก" กับแม่เลย 

    กะเพื่อนของเรา "ปุ๊ก อุ๊ ลูกตาล" แล้วก็กะคนพิเศษคนนั้น ขอบอกไว้ตอนนี้เลยก็แล้วกัน ว่า

    I love u na  

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

                                    

     

     

                                             

    February 08

    lie

     

                                                                                                                                                                                                                          ครั้งนึง เคยเชื่อว่า

    "การรอคอยเป็นสิ่งที่ขมขื่น แต่ผลของมันหวานชื่นเสมอ"

    ฉันจึงเฝ้ารอกับสิ่ง ๆ นั้น และหวังว่าสักวัน จะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นกับฉัน

    3 ปี ที่ฉันได้แต่เฝ้าคอยดูสิ่งที่เกิดขึ้นกับเค้า เฝ้าดูความเป็นไปในแต่ละวัน

    3 ปี ที่ฉันได้แต่เฝ้ารอ ด้วยความหวังลม ๆ แล้ง ๆ และรอคอยปาฏิหาริย์

    รอว่าสักวันเราจะได้พบกันอีกสักครั้ง

    ในที่สุด ปาฏิหาริย์ก็ปรากฏตัวขึ้นให้ฉันเห็นจริง ๆ

    1 เดือน ที่ฉันรู้สึกมีความสุขที่สุด มองอะไรก็สดชื่น รอบตัวกลายเป็นสีชมพู

    6 เดือนต่อมา ที่ฉันรู้สึกไม่แน่ใจกับความสุขที่ฉันมีอยู่

    ฉันรู้สึกว่า ฉันกำลังจะสูญเสียความสุขนั้นไป

    สุดท้าย สิ่งที่ฉันเฝ้ารอมา ก็จบลงที่

    7 เดือน แต่มันก็เป็นช่วงเวลาที่ฉันคงจะจดจำไปตลอด

    และคิดว่ายังไงก็คงไม่มีวันลืม

    อย่างน้อยฉันก็รู้สึกดี ที่ตลอดเวลาที่เรารู้จักกัน เค้าไม่เคยโกหกฉัน

    และที่สำคัญ เค้าไม่โกหกกับความรู้สึกของตัวเค้าเอง

    มันคงจะรู้สึกแย่ ถ้าเราต้องอยู่กับการโกหก

    และคงไม่มีใครหรอก ที่จะรู้สึกดี กับการถูกคนที่เรารักหลอก

    แต่คนเราก็แปลก มักจะชอบฟังคำโกหกที่รู้สึกดี มากกว่าความจริงที่รับไม่ได้

     

     

     

    February 01

    ทำนายแฟน


    ทำนายแฟน อิอิ  16606.gif
     
     
    1. ถ้าแฟนของคุณจะต้องให้คุณดื่มยาอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้คุณจะเลือกดื่มอะไร
       A. ยาที่ทำให้ผายลมไม่หยุด
       B. ยาที่ทำให้น้ำมูกไหลไม่หยุด
     
    2. ถ้าจะต้องเป็นแฟนกับ 1 ใน 2 คนต่อไปนี้ คุณจะเลือกใคร
       A. ยักษ์วัดแจ้ง ตัวสูงใหญ่กว่า 40 เมตร
       B. เทวดาตัวเล็กน่ารัก แต่ตัวสูงแค่คืบ
     
    3. ถ้าคุณต้องเลือกสถานการณ์ต่อไปนี้ไปตลอดทั้งสัปดาห์ คุณจะเลือก
       A. โดนผีอำ นอนแบขยับตัวไม่ได้ตอลอดคืน ร้องก็ร้องไม่ออกตลอดทั้งสัปดาห์
       B. นอนไม่หลับตลอดทั้งคืนเป็นเวลา 1 สัปดาห์
     
    4. คุณจะเลือกเล่นกีฬาอันแสนพิลึก อันไหนระหว่าง
       A. เล่นกระดานโต้คลื่นตามหินโสโครกในน้ำ
       B. เหินเวหาด้วยร่มกันแดดที่ปักตามชายหาด
     
    5.หากถูกสาปให้เป็นครึ่งคนครึ่งสัตว์ล่ะ แล้วมีให้คุณเลือกระหว่าง
       A. มีหน้าตาเป็นหมู แต่มีหุ่นดีๆ อย่างซอนย่า คูลลิ่ง
       B. มีหน้าตาสวยระดับนางแบบอินเตอร์อย่างเทรย่า โรเจอร์ 
     แต่มีหุ่นอวบอั๋นแบบฮิปโป
     
     

    Answer:

    เฉลยข้อที่1 ทายว่าคุณเป็นแฟนแบบไหน
       A. คุณยอมดื่มยาบ๊องๆ แบบนี้ 
    แสดงว่าคุณยอมเป็นตัวตลกให้แฟนคุณหัวเราะ
    คุณคงจะเป็นแฟนที่ขี้เล่นสนุกสนานและร่ำรวยอารมณ์ขัน
    ใครๆอยู่ใกล้ก้อมีรอบยิ้มได้ทุกคน
       B. คุณเป็นคนเจ้าเล่ห์นิดๆ ต่อหน้าแฟนคุณๆ
    จะดูเหมือนเป็นแฟนที่น่ารักช่างเอาใจเป็นแฟนที่แสนดี
    แต่พอลับหลังเท่านั้นแหละแทบจะเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลย
     
    เฉลยข้อที่2 ทายว่าแฟนคุณจะเป็นผู้ชายแบบไหน
       A. ผู้ชายที่จะเป็นแฟนของคุณนั้นเป็นประเภทล่ำบึก สูงใหม่ มาดแมน
    แบบที่ว่าสามารถปกป้อง คุ้มครองดูแลคุณได้อย่างดี
    เป็นผู้ชายที่เข้มแข็งและมั่นคง
    เป็นที่พึ่งพิงของคุณได้เป็นอย่างดี
    และจะเป็นผู้ใหญ่มากกว่าคุณมากๆ
       B. คนที่เข้ามาเป็นพระเอกของคุณนั้นจะเป็นผู้ชายน่ารักและขี้อ้อน
    แถมยังเอาแต่ใจตัวเองเหมือนเด็กๆ เชียวหละ
    แล้วก็ด้วยนิสัยขี้อ้อน ขี้งอนแบบเด็กๆนี่แหละที่ถูกใจคุณ
    ทำให้รู้สึกอยากดูแลคอยเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด
    ถ้าเค้าไม่อายุน้อยกว่าคุณก็ดูเด็กเอามากๆเลยหละ
     
    เฉลยข้อที่3 ทายว่าความรักของคุณเกิดจากรักเอง
       A. ช่วงเวลาปกติธรรมดาคุณก็คบไปเรื่อยกับคนนู้นทีคนนี้ที
    เดี๋ยวก็ไปชอบคนนี้จีบคนนู้นเรื่อยเปื่อย
    แต่ถ้าเมื่อไหร่นึกจะมีแฟนตัวเป็นตัวเป็นตนหรือคิดจะคบกับใครจังแล้วหล่ะก็ 
    คุณมักจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคนอื่นที่จะคอยแนะนำและช่วยตัดสินใจเลือก
    หนุ่มซักคน เพราะคุณไม่ค่อยเชื่อในฝีมือของคุณเท่าไหร่
    เลยให้คนอื่นช่วยเลือก
       B. คุณเป็นคนที่มีความรักยิ่งใหญ่กว่าอะไรๆ ทั้งหมด
    ดังนั้นหากคุณจะเลือกคบใคนสักคนคุณจะคัดและเลือกสรรอย่างดีเพระคุณถือว่าจะ
    คบกับผู้ชายสักคนก็ต้องเลือกเอง ถ้าให้คนอื่นเลือกจะถูกใจได้งัย แล้วพอถึงเวลาคุณเจอคนๆนั้นเข้าแล้วคุณจะทำทุกวิถีทางที่จะได้เค้ามาเป็นคู่
     
    เฉลยข้อที่4 ทายว่าคุณกับแฟนจะมีงานอดิเรกประเภทไหน
       A. คู่ของคุณเป็นประเภท คู่รักนักกีฬา
    คุณสองคนมักจะกอดคอหาเวลาว่างไปเล่นกีฬาด้วยกันเสมอ ตีแบด
    ว่ายน้ำ เทนนิส ขับรถไปต่างจังหวัด แคมปิ้ง ฯลฯ
    เรียกว่ากระฉับกระเฉงกันได้ตลอดไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
       B. คุณสองคนจะเป็นประเภทที่มีงานอดิเรกแสนโรแมนติก
    มากกว่าจะเป็นประเภทผาดโผนแบบจำพวก A
    เวลาว่างคุณจะไปดูคอนเสิร์ตด้วยกันจิบเหล้า 
    ฟังเพลงคุยกันเงียบๆในห้อง คือเป็นแบบสวีท
    และเคลิบเคลิ้มนั่นแหละ
     
    เฉลยข้อที่5 ทายว่าคุณมีแนวโน้มที่จะนอกใจแฟนคุณได้แค่ไหน
       A. คุณเป็นจำพวกเสาไฟฟ้าแรงสูง เวลาที่มีหนุ่มๆ
    เข้ามาจีบหรือเจ๊าะแจ๊ะ คุณดูเหมือนจะเชิดหน้าใส่ไม่สนใจ
    แต่มือคุณน่ะคว้ามือเค้าไว้แน่นเลยหละ
    ถึงแม้ว่าคุณจะมีแฟนเป็นตัวเป็นตนจริงๆ
    คุณก็ยังหาเศษหาเลยกับหนุ่มๆ
    ที่เข้ามาพัวพันกับคุณ (ผู้หญิงอันตราย)
       B. ดูผิวเผินคุณจะสนิทสนมกับหนุ่มๆ ทั่วไป
    จูบมือถือแขนควงกันได้อย่างไม่ถือสา
    จนคนอื่นต่างซุบซิบนินทาเข้าใจผิดคิดว่าคุณนอกใจแฟนของคุณ
    แต่ในความเป็นจริงแล้ว คุณไม่เคยสนใจใครเลย
    นอกจากพ่อเจ้าประคุณทูนหัวหวานใจของคุณคนนั้น
     

     

     
     
     
    ทำแล้วตรงมั๊ยบอกกันมั่งนะ เพราะที่เราเลือกไว้ ใช่หมดเลยอ่ะ
    (เลือก B หมดทุกข้อเลย) ฮ่าๆๆ
    January 17

    GRADUATION (FRIENDS FOREVER) I love u na

     
     
     
     
     
     
     

     

     

    GRADUATION (FRIENDS FOREVER)
    By: Vitamin C


     

    And so we talked all night about the rest of our lives
    Where we're gonna be when we turn 25
    I keep thinkin' times will never change
    Keep on thinking things will always be the same
    But when we leave this year we won't be coming back
    No more hanging out cause we're on a different track
    And if you got something that you need to say
    You better say it right now cause you don't have another day
    Cause we're moving on and we can't slow down
    These memories are playing like a film without sound
    And I keep thinking of that night in June
    I didn't know much of love
    But it came too soon
    And there was me and you
    And when we got real blue
    Stay at home talking on the telephone with me
    We'd get so excited, we'd get so scared
    Laughing at our selves thinking life's not fair
    And this is how it feels

    Chorus:
    As we go on we remember
    All the times we had together
    And as our lives change come whatever
    We will still be Friends Forever

    So if we get the big jobs
    And we make the big money
    When we look back now
    Will our jokes still be funny?
    Will we still remember everything we learned in school?
    Still be trying to break every single rule
    Will little brainy Bobby be the stockbroker man?
    Can Heather find a job that won't interfere with her tan
    I keep, I keep thinking that it's not goodbye
    Keep on thinking it's a time to fly
    And this is how it feels

    Repeat Chorus:

    La, la, la, la…
    Yeah, yeah, yeah
    La, la, la, la…
    We will still be friends forever

    Will we think about tomorrow like we think about now?
    Can we survive it out there?
    Can we make it somehow?
    I guess I thought that this would never end
    And suddenly it's like we're women and men
    Will the past be a shadow that will follow us 'round?
    Will these memories fade when I leave this town
    I keep, I keep thinking that it's not goodbye
    Keep on thinking it's a time to fly

    Repeat Chorus three times

     

     

     

    January 07

    ของรักของหวง

     

    ของรักของหวง

     

                        เมื่อพูดถึงคำนี้ หลาย ๆ คน ก็คงอาจจะกำลังนึกไปถึงของรักของหวงของตัวเอง เหมือนกันกับฉันในตอนนี้ ที่กำลังนึกถึง ของสามสิ่ง  ที่ฉันจะพกมันติดตัวตลอดเวลา  เพราะทุกครั้งที่ฉันพกสิ่งเหล่านั้นติดตัว มันจะทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูก มันทำให้ฉันให้ฉันมีความสุข มันทำให้ฉันยิ้ม เพราะของแต่ละชิ้น ล้วนมีความหมายและที่มาที่ต่างกัน

     

                        ชิ้นแรก  มันคือรูปถ่ายของฉันกะเพื่อน ๆ ในวันรับปริญญา ทุกครั้งที่ฉันเปิดกระเป๋าตังค์ ฉันจะได้เห็นพวกเขาทุกครั้ง มันทำให้ฉันรู้สึกว่า พวกเรายังอยู่ด้วยกันเหมือนตอนเรียน ยังไม่ได้หายไปไหน ถึงแม้ความเป็นจริง แต่ละคนต่างก็แยกย้ายกันไป นาน ๆ ครั้ง ถึงจะได้เจอกัน นี่ก็เกือบ ๆ ปีแล้ว ที่เราไม่ได้เจอกันแบบพร้อมหน้าพร้อมตาเลย 

     

                         ชิ้นที่สอง  คือ ต่างหู มันอาจเป็นอะไรที่ดูแล้วธรรดานะ แต่ความหมายน่ะ ลึกซึ้งเชียวล่ะ เพราะมันเป็นสัญลักษณ์ หรือเป็นตัวแทน แสดงความเป็นเพื่อนของเราสองคน เราซื้อด้วยกัน ฉันคู่นึง เพื่อนอีกคู่นึง คู่แรก เป็นต่างหูเงิน สีดำ ส่วนอีกคู่ เป็นต่างหูเงินเหมือนกัน แต่เป็นภาษาจีน แปลว่า หมา ที่เลือกคำนี้ ก็เพราะเราสองคนเกิด ปีจอ  แล้วเราก็เอามาแลกกัน คนละข้าง เราสัญญากันว่า จะไม่ทำหาย เพราะงั้น ของชิ้นนี้ ฉันจะไม่มีวันทำหายเลย เพราะมันเป็นเหมือนสิ่งแทนคำสัญญาของเรา (เหมือนเป็นแฟนกันเลยอ่ะ) และฉันก็ใส่ไว้ทุกวันด้วย

     

                        ชิ้นที่สาม ฉันเพิ่งได้มาเมื่อปลายปีนี้นี่เอง มันคือสายรัดข้อมือสองเส้นขัดกันอยู่ สีขาว กะสีดำ       คน ๆ นึง ที่ฉันรู้สึกดี ๆ ด้วย  ซื้อให้ฉัน ในวันที่เราเจอกันวันแรก ถึงมันจะไม่ใช่ของแพง หรือดูหรูหราอะไร แต่ฉันก็รู้สึกดีนะ ที่ได้รับของชิ้นนี้ แล้วฉันก็ใส่มันตลอดเวลาเหมือนกัน เพราะฉันจะรู้สึกว่า เค้าอยู่ใกล้ ๆ ฉัน และฉันก็รู้สึกอบอุ่นใจ

     

                      เพียงแค่ฉันพกสิ่งเหล่านี้ติดตัว เวลาที่ฉันเหงา ฉันก็จะรู้สึกได้ว่า คนที่ฉันรักอยุ่ข้าง ๆ ฉัน อยู่กับฉันตลอดเวลา ฉันสามารถสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นของพวกเขาผ่านจากสิ่งเหล่านี้  

     

                       และตอนนี้ฉันก็เริ่มเรียนรู้ที่จะมีความสุขกับการปล่อยวาง ไม่ยึดติดหรือหวังในเรื่องใดเรื่องหนึ่งมากจนเกินไป ฉันอาจไม่ต้องเป็นเพื่อนรักของใคร แต่เค้าเป็นเพื่อนรักของฉัน และ ฉันอาจเป็นแค่คนธรรมดาคนนึงของคน ๆ นั้น แต่เค้า เป็นคนพิเศษของฉัน ^^

     

     

    December 29

    Talking about ถึงใครคนหนึ่ง

     

    TO ....ถึงใครคนหนึ่ง...


          ใบสัญญาเป็นแฟนกัน
    เขียนที่………………………………………………
    วันที่ ………….. เดือน …………………… พ.ศ ……………
    ข้าพเจ้า ……………………………………… อายุ …….. ปี  
    ได้สัญญากับ …………………………………… อายุ …….. ปี  
               

              เพื่อแสดงว่าจะเป็นแฟนกันโดยมีข้อตกลง ดังนี้
          1. หากเจอกันต้องทักทายด้วยความยินดี แต่ถ้าอยู่ห่างกัน 100 เมตร ให้ยิ้มหวานๆประมาณ 1 นาที และมีท่าทางประกอบ เช่น บ๊ายบาย หรือ ส่งจูบ ถ้าฝ่าฝืนต้องโดนหอมแก้ม 3 ที 


          2. ห้ามพูดกับคนอื่นเกินหน้าเกินตา ถ้าจับได้จะโดนทำโทษโดยการดึงหูจนกว่าจะแดงและไม่มีข้อยกเว้นใดๆทั้งสิ้น


          3. โทรศัพท์คุยกันอย่างน้อยอาทิตย์ละ 5 วัน แต่ละครั้งไม่ต่ำกว่า 40 นาที ถ้าไม่ว่างจริงๆต้องเขียนใบลาเพื่อรับรองว่าไม่ว่างจริงๆ


          4. เวลานอนห้ามคิดถึงใครต้องคิดถึงแต่แฟนที่ลงลายมือไว้ในสัญญาฉบับนี้ก่อน แม้ว่าจะอยู่บ้านไหนก็ตาม ถ้าไม่คิดถึงขอให้นอนไม่หลับ ถ้าคิดถึงคนอื่นอยู่ขอให้โดนผีหลอก


          5. ผู้ลงลายมือทำสัญญานี้ไม่มีสิทธิ์บอกยกเลิกสัญญาฉบับนี้จนกว่าบุคคลทั้ง 2 ฝ่ายจะยินยอม


          6. ให้ถือสัญญาฉบับนี้ไว้จนกว่าบุคคลทั้ง 2 ฝ่ายจะมีแฟนใหม่ สัญญานี้มีสิทธิ์อันชอบธรรมและต้องอยู่ในความจำเป็นต้องประพฤติตามความที่ระบุข้างบนนี้ นั้นหากฝ่าฝืนมีความผิดทางแท่ง มาตรา 27 หน้าที่ 36 บรรทัดที่ 7
    วรรคที่ 2 ว่าด้วยตกลงทำสัญญาแห่งราชอาณาจักรสยาม พระพุทธศักราช
    2546 เพื่อเป็นหลักฐานแห่งสัญญาฉบับนี้

    จึงได้ลงลายมือไว้ต่อหน้าพยานไว้เป็นสำคัญตั้งแต่

     

    วันที่………เดือน………………………………พ.ศ……………………

    ลงชื่อ………………………………………………ผุ้ทำสัญญา (ฝ่ายชาย) 

           (……………………………………………)
    ลงชื่อ………………………………………………ผุ้ทำสัญญา (ฝ่ายหญิง)
           (……………………………………………)
    ลงชื่อ……………………………………………….พยาน
           (……………………………………………)
    ลงชื่อ……………………………………………….พยาน

           (……………………………………………)

     

     

    ปล. ได้มาจากน้องบ้วย อ่านแล้วขำ ๆ ดี เลยขอมาแปะไว้หน่อยน่ะ

     

    ปล2 เมื่อไหร่เราจะได้ลงชื่อมั่งหว่า ฮ่าๆๆๆ

    December 27

    Happy day (◡‿◡✿)

     

    เราเคยเขียนบล็อกให้คน ๆ นี้มาแล้ว

    เมื่อตอนเดือนตุลา

    แต่เค้าก็คงไม่รู้หรอก ว่าเราเขียนให้เค้า

    คนซึ่งมาทำให้เรายิ้มได้ ในวันที่เรากำลังเศร้า

    เค้าทำให้เรายิ้ม โดยที่ตัวเค้าเองก็ไม่รู้ตัว

     

    มาวันนี้

    เค้าก็มาทำให้เราได้ยิ้มอีก โดยที่เค้าก็ยังคงไม่รู้ตัวเหมือนเดิม

     

    เมื่อวาน

    ถึงแม้ว่าโปรแกรมที่คิดไว้ จะคลาดเคลื่อนนิดหน่อย แต่ก็ไม่เป็นไร

     

    เพราะอย่างน้อย

    เราก็ได้มาพูดคุยกัน กินข้าวกัน ถ่ายรูปกัน เดินดูของด้วยกัน

    ถึงมันจะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ก็เถอะ

    แต่มันก็เป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำที่สุดในตอนนี้

     

    อยากจะบอกว่า ขอบคุณ อีกครั้งนะ สำหรับเมื่อวาน มีความสุขที่สุดเลย

     

     

    ปล. wristband ที่ให้ซื้อให้จะรักษาไว้อย่างดีเลย

    ปล2 แล้วสักวันมาเอากลับไปด้วยนะ ส่วนที่สองของกระปุกเกลือ พริกไทน่ะ ^^

           ตอนนี้จะดูแลไว้ให้ก่อน อิอิ

     

     

     

    December 22

    Winter again






     


    หนาวแล้ว ๆ

     

     ช่วงนี้สมองกลวงแฮะ คิดไรไม่ออก ยังไงก็ขอบ่นหน่อยละกัน

      ก่อนอื่นก็ตามหัวเรื่อง หนาวแล้ว  ๆ หน้าหนาวปีนี้ หนาวดีแหะ หนาวทั้งกาย

    หนาวทั้งจาย  มะมีใครมาให้กอดเลยอ่ะ แถมคริสมาสต์ กะ ปีใหม่

    โปรแกรมที่คิดไว้ ก็ต้องล้มหมด เพราะตอนแรกคิดไว้ จะไปฉลองกะแควน

    แต่ตอนนี้แควนมะมี สหายรักก็มะอยู่ แล้วทีนี้จะไปกะใครดีล่ะเนี่ย

    ช่างเป็นปีใหม่ที่เศร้าจิง ๆ แง ๆๆๆๆ 

     

    แถมช่วงนี้ฝรั่งก็เยอะ วุ่นวาย ชอบเข้ามาเช็ค ๆๆๆๆ แล้วก็มะซื้อ

    ส่วนพวกที่ซื้อ ก็เหนียวสุดยอดอ่ะ เบื่อแล้วนะ เซ็งจิงๆ ทำไมไม่เจอสักที

    ลูกค้าที่เข้ามาแล้วก็พูดแต่ว่า " Yes please " เจอแต่ Think Think

     

    นางฟ้าอยู่ไหนคะ ออกมาให้หนูขอพรหน่อยสิ ไม่เยอะหรอกแค่สามข้อเอง

    1.  ขอให้ไม่มีการพลัดพราก

    2.  ขอให้ชีวิต perfect

    3.  ขอให้ครอบครัวของหนู และทุกคนที่หนูรัก มีแต่ความสุข

    ปล.  ที่แน่ ๆ ต้องไปดูคิงคองให้ได้ ไม่งั้น ต้องเซ็งหนักกว่าเดิมแน่ 

          คนที่นัดกันไว้ถ้าเบี้ยว เจอแน่ (ฮึ่ม)

    December 13

    บล็อกนี้ของแก เพื่อนรัก

     

     

            กับคน ๆ นี้ ฉันคิดว่าเรารู้จักกันมาตั้งแต่วันแรกที่เราเกิด

    เพราะว่าเราเกิดวัน เดือน ปี เดียวกัน แล้วก็ยังโรงพยาบาลเดียวกันจะต่างกันก็ตรงเวลา

    เธอเกิดตอนเช้าส่วนฉันเกิดตอนกลางคืน  ไม่แน่นะ ตอนนั้นเราอาจคุยกันแล้วก็ได้

    ก็คุยกันแบบภาษาเด็กทารกไง (อิอิ) และเราก็ต้องแยกจากกัน

     

    เรามาเจอกันอีกที ก็ 18 ปีหลังจากนั้น  แล้วเราก็คบกันมาจนถึงทุกวันนี้

    จะว่าไปก็ ห้า ถึง หกปีได้แล้วนะ

    สำหรับฉัน เธอเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดคนนึงก้ว่าได้ เธอทำให้ฉันรุ้สึกว่า ไม่ว่ายังไง

    ฉันก็ยังมีเธอเป็นเพื่อน เธออยู่ข้างฉัน

     

    มีคำพูดนึงที่เค้าทำให้ฉันซึ้งใจอยุ่ทุกวันนี้ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอจะจำได้คำ ๆ นี้ได้รึเปล่า ตอนนั้นฉันมีปัญหากับคน ๆ นึง เธอพูดกับฉันว่า " ซะ ไม่เป็นไร ยังไงกูก็เป็นเพื่อนมึง" คำ  ๆนี้ ฉันซึ้งมาก แต่ฉันก็ไม่เคยได้บอกให้เธอรู้

     

    และอีกครั้งที่ฉันไม่คิดว่าเธอจะจำได้ เพราะขนาดตัวฉันเองก็ยังจำไม่ค่อยได้เลย 

    ฉันถามเธอว่า " จำได้ป่าว คำสั่งเสียน่ะ ลืมไปหรือยัง ที่สั่งไว้น่ะ ต้องบอกใครบ้าง"   เธอก็ ตอบกลับมาทันที ว่า "จำได้สิ ทำไมจะจำไม่ได้" แล้วเธอก็ร่ายยาว มาจนประโยคนึง ที่ทำให้ฉันรู้สึกซึ้งอีกแล้วก็คือ "ฉันยังจำได้ด้วยว่าถ้าแกตายแล้วหาศพไม่เจอให้ดูที่รอยแผลเป็นที่เท้าใช่มั๊ยล่ะ" เค้าย้อนถามฉัน  ซึ่งตัวฉันเองก็ลืมไปแล้วด้วย ว่าสั่งไว้แบบนี้

     

    และทุกครั้งที่ฉันผิดหวังจากความรัก เธอก็จะคอยพูดปลอบใจ ให้กำลังใจฉัน 

    ทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองมีค่า 

     

    แต่ว่าตอนนี้เรากำลังจะจากกันอีกครั้ง ตอนแรก เราสองคนจะไปทำด้วยกัน

    แต่ด้วยเหตุผิดพลาดทางฉันเอง ทำให้เธอต้องไปคนเดียว ฉันอดรู้สึกเป็นห่วงเธอไม่ได้ เพราะถ้าเราไปด้วยกัน อย่างน้อยเราก็ยังช่วยกันดูแลซึ่งกันและกันได้  แต่ตอนนี้เธอต้องไปคนเดียวซะแล้ว

     

    ฉันคงไม่มีไรอะไรไปมากกว่า คำว่า

    "โชคดีนะเพื่อน แล้วถ้าเป็นไปได้ ฉันจะตามแกไปให้เร็วที่สุด ฉันก็จะไม่ทิ้งแกเหมือนกัน เพราะแกเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน"

     

    ปล.  แกไม่อยู่ฉันคงเหงาน่าดูเลยเนอะเพื่อนรัก

     

     

    December 08

    ความรู้สึกแบบนี้มันกลับมาอีกแล้ว

                         วันนี้ก็เป็นวันเหงา ๆ อีกวัน มองไปทางไหนมันก็รู้สึกหดหู่ใจ ทั้ง ๆ ที่เมื่อวานเพิ่งจะไปท่องราตรีกะเพื่อนรักมา เมื่อวานยังสนุกมีความสุขอยู่แท้ ๆ  แต่อยู่ ๆ ทำไมวันนี้กลับเหงาจับใจแบบนี้นะ หรือจะเป็นเพราะว่า ยังคงคิดถึงเค้าคนนั้นอยู่ ยังคงอยากรู้ความเป็นไปของเค้า นานแล้วนะ ที่เราไม่ได้เจอกัน ตอนนี้คงมีเรื่องราวต่าง ๆ มากมายเข้ามาในชีวิตล่ะสิ คิดถึงกันบ้างมั๊ยนะ ตอนนี้อยากเห็นหน้า อยากได้ยินเสียงมาก ๆ เคยรู้สึกแบบเดียวกันบ้างรึเปล่า บางครั้งก็รู้สึกเหมือนเหตุการณ์ต่าง ๆ เพิ่งจะเกิดขึ้นมาไม่นาน แต่ความเป็นจริง มันก็นานหลายเดือนแล้วเหมือนกัน แต่ทุกครั้งที่ผ่านที่ที่เราเคยไปด้วยกัน มันก็อดคิดถึงไม่ได้ทุกที
     
                 ต้องทำยังไงดี ถึงจะไม่เป็นแบบนี้ แต่ไม่ต้องกัวนะ ตอนนี้แข็งแรงแล้วล่ะ มันก็เป็นแค่อารมณ์เหงา ๆ ของผู้หญิงคนนึงเท่านั้นเอง  มดน่ะ เข้มแข็งกว่าที่คิดนะ
     
                     
    December 04

    ปรัชญาพุทธ กับคนรัก (ที่ไม่รักเรา)

     

    ปรัชญาพุทธกับคนรัก (ที่ไม่รักเรา)

    ที่มาจาก Forward Mail
    ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต

    กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีหญิงสาวคนหนึ่งผิดหวังในรักเนื่องจากคนรักของตนได้มาทิ้งไปจึงกำลังจะฆ่าตัวตาย

    ขณะนั้นเองมีพระธุดงส์รูปหนึ่งผ่านมาพบเข้าจึงได้กล่าวให้สติกับสีกา ว่า "โยมจะทำอะไรรึ"

    หญิงสาวตอบ "อิชั้นจะฆ่าตัวตายเพราะไม่รู้จะอยู่ไปทำไม มีแฟนๆ ก็มาทิ้งไปเจ้าค่ะ"

    พระธุดงส์จึงได้เทศนาให้หญิงสาวฟังว่า "เหตุใดโยมจึงต้องเสียใจเล่าในเมื่อคนที่ควรจะเสียใจควรจะเป็นแฟนของโยมสิ"

    หญิงสาวหยุดคิดและถามกลับไปด้วยความสงสัยว่า "ทำไมล่ะเจ้าคะ"

    พระธุดงส์ตอบว่า "ในเมื่อโยมมิได้สูญเสียสิ่งที่สำคัญไปเลยน่ะสิ"

    หญิงสาวตั้งใจฟังพระธุดงส์แล้วก็ตอบกลับไปว่า "ไม่จริงหรอกค่ะดิชั้นสูญเสียแฟนอันเป็นที่รักยิ่งไปนะเจ้าค่ะ"

    พระธุดงส์ตอบ "โยมได้สูญเสียคนที่มิได้รักและห่วงใยโยมซึ่งจะมีค่าอันใด แต่แฟนโยมซิที่สูญเสียคนที่รักและห่วงใยเค้าเช่นโยม ใครควรจะเสียใจกว่ากันล่ะโยม" 

     

    ปล. ขอบใจนะเอ็ด ที่ส่งมาให้อ่าน อ่านแล้วเรารู้สึกรักตัวเองขึ้นมาเลย

     
    December 03

    Talking about Chapter 5 Moon and Star. classic love story From (น้องมนต์)

     

     

    Chapter 5 Moon and Star. classic love story From (น้องมนต์)
    นานมาแล้ว..สมัยที่โลกยังมีพระจันทร์ 2 ดวง
    มีดวงจันทร์ดวงหนึ่งเป็นผู้หญิง กับอีกดวงหนึ่งเป็นผู้ชาย
    และดวงจันทร์ทั้งสองดวงนี้ ต่างก็รักกันมาก
    ดวงจันทร์ทั้งสองไม่เคยแยกห่างจากกัน…
    ..ทุกๆ คืนเมื่อมองไปบนฟ้า
    จะเห็นดวงจันทร์ทั้งคู่ อยู่เคียงข้างกันเสมอ..
    แต่แล้ววันหนึ่ง ………………………………………………
    ดวงจันทร์ผู้หญิงได้ไปพบกับดวงอาทิตย์
    ทำให้ดวงจันทร์ผู้หญิงหลงใหลในแสงเจิดจ้าของดวงอาทิตย์
    จนเลื่อนตัวตามดวงอาทิตย์ไปทีละน้อย ทีละน้อย ..........
    ....และก็แยกมาจากดวงจันทร์อีกดวงหนึ่งในที่สุด...
    เมื่อค่ำคืนมาถึง..
    จึงมีดวงจันทร์ผู้ชายเหลืออยู่ เพียงดวงเดียว ...
    ส่วนดวงจันทร์ผู้ชายก็ได้แต่ตามหา
    ดวงจันทร์ผู้หญิงไปทุกหนทุกแห่ง
    คืนแล้วคืนเล่า วันเวลาล่วงผ่านไป
    แต่ดวงจันทร์ผู้ชายก็ไม่สามารถหาดวงจันทร์ผู้หญิงได้พบ..
    .....
    ด้วยความคิดถึง และอยากพบดวงจันทร์ผู้หญิงให้เร็วที่สุด
    ทำให้ดวงจันทร์ผู้ชายคิดว่า
    \"หากเรามัวแต่ตามหาอยู่อย่างนี้ คงไม่ได้เจอแน่ๆ\"
    จึงตัดสินใจ.. ระเบิดตัวเอง เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ไปทั่วทั้ง
    จักรวาล
    เพื่อให้ชิ้นส่วนแต่ละชิ้น
    ออกตามหาดวงจันทร์อีกดวงหนึ่งนั้น...
    ..... เมื่อเวลาผ่านไป
    ทำให้ดวงจันทร์ผู้หญิง ได้เห็นถึงความจริงว่า..
    แม้ดวงอาทิตย์จะส่องแสงเจิดจ้า สวยงามสักปานใด
    แต่ดวงอาทิตย์ก็มิได้ส่องแสงเจิดจ้า แต่เพียงเธอเท่านั้น
    ยังส่องแสงไปยังดาวดวงอื่นๆ อีกมากมาย
    ดวงจันทร์ผู้หญิงจึงกลับมาหาดวงจันทร์ผู้ชายอีกครั้ง...
    .... แต่หาเท่าไรก็หาดวงจันทร์ผู้ชายไม่พบ
    ต่อมาจึงได้รู้ว่า ดวงจันทร์ผู้ชายยอมระเบิดตัวเอง
    เพียงเพื่อตามหา
    ตน
    จนกระจัดกระจายเป็นเศษเสี้ยวเล็กๆ
    ทำให้ดวงจันทร์ผู้หญิงรู้ว่าไม่มีวันที่จะได้เจอ
    กับดวงจันทร์ผู้ชาย
    อีกต่อไปแล้ว
    จึงได้แต่โศกเศร้า และเสียใจ ....
    แต่ด้วยความรักอันยิ่งใหญ่ที่ดวงจันทร์ผู้ชาย
    มีต่อดวงจันทร์
    ผู้หญิง
    ทุกค่ำคืนจึงพยายามเปล่งประกายแสง
    ที่ยังเหลืออยู่เพียงน้อยนิดของตน
    ส่งให้ถึงดวงจันทร์ผู้หญิง
    เกิดเป็นแสงพร่างพรายเต็มท้องฟ้า เคียงข้างดวงจันทร์
    จนเกิดเป็นดวงจันทร์และดวงดาว ให้เราเห็นจนถึงทุกวันนี้ ....
    หากเรามองขึ้นไปบนท้องฟ้ายามค่ำคืน
    วันไหนที่เห็นจันทร์สวยสด
    วันนั้น คุณก็จะไม่เห็นดาวดวงเล็กดวงน้อยส่องแสง
    หรือ วันใดคุณเห็นดาวเปล่งประกายเต็มฟ้ามืด
    วันนั้น คุณก็จะไม่พบดวงจันทร์....
    .....เขาและเธอ ไม่อาจพบกันตลอดกาล.....
    **ก่อนที่คุณจะตัดสินใจเลือกใครที่ดีกว่า
    อย่าลืมว่ายังมีคนที่คุณเคยรักและเขา
    ก็รักคุณอยู่ตลอดไม่เปลี่ยน
    แปลง แม้ว่าเขาคนนั้นอาจจะไม่ได้เพียงเสี้ยวหนึ่งของคนใหม่เลยก็ ตาม**  
     
     
        
     
     
    November 28

    exercise


     

    exercise มาออกกำลังกายกันดีกว่า

     

    จากการที่เป็นคนไม่ค่อยมีเวลาว่าง แล้วก็ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย สักเท่าไหร่ พอสบโอกาสเมื่อวานก็เลยถือขอไปปั่นจักรยานกันกะเพื่อน ๆซะหน่อย ที่สวนรถไฟ ขอบอกว่าบรรยากาศดีมาก ร่มรื่น เหมาะแก่การพักผ่อนจริงๆ

     

    แต่หลังจากนั้นสิ สุดยอดของความทรมานอ่ะ ตื่นเช้ามา ร้าวไปทั้งตัวเลย ฮือ ๆ แต่ก็นะ เพื่อนสุขภาพที่ดี  สู้ ๆ   

     

    November 20

    Beauty Messages

    Beauty Messages

     

    คุณอาจเป็นแค่..คน คนหนึ่งในโลกใบนี้

    แต่คุณอาจเป็นโลกทั้งใบของใครคนหนึ่งก็ได้ 

     

    คุณรักเค้า..คุณต้องการให้เค้ามีความสุข

    แม้ว่าความสุขนั้นจะหมายความถึง

    การที่คุณไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของมัน

     

    ใช้เวลาเพียงชั่ววินาที ในการบอกว่า

    ...ฉันรักเธอ...

    แต่ใช้เวลาตลอดชีวิตในกรแสดงให้เห็นว่า...

    รักมากเพียงไร

     

    ความรักก็เหมือนกับปิศาจ ที่มักมีแต่คนพูดถึง

    แต่มีคนน้อยมาก..  ที่ได้เห็นว่าเป็นอย่างไร

     

    มีเรื่องเล่าของผุ้หญิงคนหนึ่ง

    เธอรักเพื่อนของเธอ

    แต่ได้แค่เพียงเก็บความรู้สึกเอาไว้

    จนกระทั่งวันที่เขาแต่งงาน

    เธอก็ตัดสินใจบอกความจริงกับเขา

    แต่เขากลับคิดว่า

    มันเป็นเพียงเรื่องตลกในวันแต่งงานของเขา

     

    เวลารักใคร อย่าเสียใจในสิ่งที่คุณทำ

    แต่จงเสียใจ..ในสิ่งที่คุณไม่ได้ทำ

     

    ความเศร้าที่สำคัญ คือ

    ...การที่มีชีวิตโดยปาศจากความรัก

    แต่มันก็คงเศร้าพอ ๆกัน ..

    กับการที่คุณต้องจากเขาไป โดยที่คุณไม่ได้บอกว่า

    ... คุณรักเขา ...

     

    บนเส้นทางของความรัก

    ขอภาวนาให้คู่รักทุกคู่ .... สมหวัง

     

    - - -

    November 17

    สิ่งสวยงาม ณ วันลอยกระทง

     
    ลอยกาโทง ลอยกะทง
     
    และแล้วปีนี้ก็ยังไม่ได้ไปเที่ยวงานลอยกะทงจิงๆ สักที
     ทั้ง ๆที่ตั้งใจไว้ แล้วก้นัดกันซะดิบดี อดไปดูกะทงสวย ๆเลย
     
    ก็เลยไปลอยชายกัน ที่
    "นั่งเล่น"
    บรรยากาศดีจิง ๆทัศนียภาพก็สวยงาม
    เจริญหูเจริญตาไปหมด
    มีความสุขจิง ๆ
     
    ปล.สงสัยคงต้องมีรอบสองเร็ว ๆนี้แน่เลยอ่ะ
     
     
     
     
    November 13

    cute blog

     
     

    บางสิ่งที่หายไป

     

     ฉันคิดว่าทุกคน ต้องเคยมีบางสิ่งที่หายไป

    ไม่ว่าจะเป็น

    ความทรงจำ ความรัก มิตรภาพ หรือโอกาส

    และคงหวังว่า

     สักวันสิ่งที่หายไปนั้นอาจจหวนกลับมาหาอีกครั้ง

    บางคนอาจโชคดี ได้สิ่งที่หายไปนั้นกลับคืนมา 

    แต่บางคนอาจไม่โชคดีอย่างนั้น

    สิ่งเหล่านั้นอาจจากเขาไปตลอดกาล

     

    ดังนั้น

    ฉันจึงได้แต่หวังว่า

    สักวัน สิ่งที่ฉันทำหายไป มันจะหวนกลับมาหาฉัน

    อีกครั้ง